• V9 Bobber
  • V9 Roamer
สีที่จำหน่าย
  • Nero Massiccio
  • Grigio Sport

V9 Bobber

549.000,00 ฿

V9 BOBBER: Segment ใหม่จากโมโต กุซซี่

ชื่อ V9 Bobber ชวนให้คิดถึงคอนเซ็ปต์ต่าง ๆ เช่น รูปร่างพื้นฐาน ดีไซน์เฉพาะตัวที่ให้ทำให้รถมีรูปลักษณ์แบบสปอร์ตไม่เหมือนใครที่โดดเด่นด้วยสีดำด้านทั้งคัน  รถจักรยานยนต์สปอร์ตแบบ custom ของโมโต กุซซีนี้กลายเป็น segment สำหรับรถสไตล์ Bobber ขนาดกลางซึ่งปัจจุบันนี้มีรุ่น V9 เพียงรุ่นเดียว  รถสไตล์ Bobber ปรากฎตัวขึ้นในสหรัฐอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  เป็นรถที่ผู้ขับขี่ถอดชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นออกทั้งหมดเพื่อให้รถวิ่งไว้เร็วขึ้นบนทางวิบาก  ผู้ขับขี่จะติดตั้งล้อขนาดใหญ่กว่าปกติเพื่อให้สามารถวิ่งได้ดีในสภาพวิบาก ส่งผลให้รถมีรอยยางที่กว้างขึ้น เพื่อให้เข้ากับสไตล์นี้ รถรุ่น V9 Bobber จึงไม่มีส่วนใดที่ชุบโครเมียมและมีสีมันเงาแต่จะใช้สีดำด้านแทน  แผงด้านข้างและถังน้ำมันเป็นสีดำสนิทพร้อมมีลายเส้นสีเหลืองหรือสีแดงด้านเพียงเล็กน้อย  ชุดท่อไอเสีย กระจกและบังโคลนที่ทำจากโลหะทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นสี “ดำด้าน”  บังโคลนด้านหลังมีขนาดสั้นขึ้นและเล็กลงและมี optical unit ขนาดกะทัดรัด ทำให้ V9 Bobber มีลุคแบบ minimal

 

ขอบล้อสีดำด้านขนาด 16 นิ้วทั้งสองล้อนั้นตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโลโก้โมโต กุซซี่สีเทา ขอบล้อหน้าหุ้มยางที่ใหล่ยางขนาดใหญ่เกินหน้ายาง (130/90) และ (150/80) สำหรับล้อหลัง ถึงแม้ว่ายางรถจะสวยงามและมีดีไซน์เฉพาะตัว แต่ตัวรถก็ยังคงลักษณะเฉพาะเพื่อการขับขี่และควบคุมรถที่ง่ายดายสะดวกสบาย  รถรุ่น V9 Bobber นั้นเป็นรถของโมโต

กุซซี่อย่างแท้จริงจึงไม่มีการยอมแลกเรื่องความสามารถในการขับขี่กับความงาม สำหรับรถรุ่น V9 Bobber นั้นต่างจาก V9 Roamer ด้วยการหมอบลงมากกว่าเดิมและตำแหน่งการขับขี่ที่สปอร์ตกว่า ด้วย drag bar แฮนด์จับสีดำและที่พักเท้าอะลูมิเนียมที่เอนไปด้านหลัง ระยะห่างจากพื้นถึงเบาะนั่งมีเพียง 785 มม.เท่านั้น และเมื่อพิจารณาถึงน้ำหนักรถพร้อมวิ่ง (kerb weight) ที่ต่ำเพียงแค่ 199 กิโลกรัมแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจินตนาการได้ว่า V9 Bobber นั้นสามารถขับขี่และควบคุมได้ง่ายดายเพียงใด

เครื่องยนต์ลูกสูบคู่ 850 ใหม่จากโมโต กุซซี่

สำหรับรุ่น V9 Bobber นั้นผลิตที่โรงงานในที่ มานเดลโล เดล ลาริโอ (Mandello del Lario)  เครื่องยนต์รุ่นนี้เป็นเครื่องยนต์ V-twin แนวขวาง 90° ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมันซึ่งเป็นโครงสร้างของเครื่องยนต์ที่ใช้ในเครื่องยนต์รุ่นปัจจุบันของโมโต กุซซี่ทั้งหมด ทำให้สามารถขับขี่ได้ยอดเยี่ยมพร้อมเสียงที่ไพเราะแม้ว่าความสามารถและสมรรถนะของแต่ละรุ่นจะต่างกันก็ตาม เครื่องยนต์รุ่นนี้ถูกพัฒนาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้แรงทอร์กและความยืดหยุ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุดซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่จะทำให้สามารถขับขี่บนท้องถนนได้อย่างสบายและสนุกสนาน  ด้านล่างสุดของเครื่องยนต์เป็นห้องข้อเหวี่ยงที่ผลิตจากอะลูมิเนียมและมีการเสริมความแข็งแกร็งในจุดสำคัญ มีอ่างน้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพและห้องข้อเหวี่ยงที่แสดงแรงเฉื่อยสำหรับความมีชีวิตชีวาระหว่างการขับขี่และการเบรกด้วยเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง

ภายในของระบบหล่อลื่นได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถระบายความร้อนได้มากขึ้นกว่าเดิมและลดการดูดซับกำลังเพื่อสมรรถนะที่ดีขึ้นและการบริโภคน้ำมันที่น้อยลง  ระบบระบายอากาศที่ช่วยลดการสูญเสียกำลังอันเนื่องมาจากการสูบภายในของห้องข้อเหวี่ยงและการสูบน้ำมันเครื่องแบบต่ำ (Low flow) ที่ดูดซับกำลังน้อยลง ท่อไอดีของเครื่องสูบน้ำมันเครื่องเป็นท่อใหม่เช่นเดียวกับลิ้นบายพาสที่เกี่ยวข้อง มีการใช้ลูกสูบนมหนูน้ำมันหล่อเย็นแบบใหม่เพื่อควบคุมการไหลและมีลิ้นจัดการการไหล  ฝาปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสลับนั้นไม่เหมือนใครและมีท่อระบายแก๊ส  ในส่วนด้านบนของเครื่องยนต์นั้น ฝาสูบอะลูมิเนียม ลูกสูบและกระบอกสูบล้วนถูกออกแบบมาเพื่อให้สะท้อนลักษณะเฉพาะตัวของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่  ปริมาตรบรรจุ (Cubic capacity)  ของเครื่องยนต์นั้นมาจากค่าความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (bore and stroke) ที่ 84x77 มม. ระบบก้านสูบและกระเดื่องกดลิ้นทำการควบคุมเวลาและใช้สองลิ้นต่อหนึ่งกระบอกสูบโดยติดตั้งทำมุมในฝาสูบ  ระบบจำหน่ายน้ำมันใช้ระบบหัวฉีดอิเลกทรอนิคแบบชิ้นเดียวของมาเรลลี (Marelli) ที่ควบคุมโดยชุดควบคุมหัวฉีดอิเลกทรอนิค  ที่ทางเข้ามีหัวระบบอากาศแบบเสริมที่มาพร้อมกับแคทาลิติกคอนเวอร์เตอร์แบบสามทาง เซ็นเซอร์ออกซิเจนแบบคู่และการออกแบบเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมด จึงทำให้เครื่องยนต์แบบ 850 ทวินของโมโต กุซซี่เป็นไปตามมาตรฐานมลพิษ Euro 4  เครื่องยนต์นี้สามารถรองรับค่าทอร์ก 62 Nm ที่ 3,000 รอบต่อนาที (rpm) และมีกำลังสูงสุดที่ 55 แรงม้าที่ 6,250 rpm นับเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าโมโต กุซซี่มีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มแรงทอร์กให้สูงขึ้นแม้รอบ rpm จะต่ำก็ตาม  เครื่องยนต์รุ่นนี้มีลักษณะเฉพาะและการตอบสนองที่ไม่น่าเชื่อเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น  นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชั่นที่มีกำลังจำกัดเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของใบขับขี่ประเภท A2 ในยุโรปและเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มขับขี่โมโต กุซซี่เพราะสามารถขับขี่รถที่น้ำหนักเบาและขับขี่รถ V9 ทั้งสองเวอร์ชั่นได้ง่ายขึ้น 

ลักษณะใหม่อีกประการหนึ่งของเครื่องยนต์โมโต กุซซี่ 850 คือแผ่นคลัตช์แบบแห้งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 170 มม. ทำให้ส่งทอร์กและกำลังได้อย่างดีเยี่ยมไม่สะดุดหรือติดขัด และยังเพิ่มความทนทานและความเชื่อมั่นให้มากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปและลดโหลดการใข้งานคันด้ามแฮนด์เพื่อความสบายระหว่างการขับขี่และการควบคุมที่ดีขึ้น  กระปุกเกียร์หกสปีดที่มีความแม่นยำและมี Soft clutch จะใช้ค่าอัตราส่วนใหม่เพื่อใข้ประโยชน์จากทอร์กและกำลังเครื่องยนต์ให้มากที่สุด  ชุดส่งกำลังตัวท้าย (Final transmission) ใช้ออฟเซตเพลาขับจานจ่ายแบบข้อต่อคู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีเฟืองดอกจอกที่ควบคุมแรงทอร์กจากเครื่องยนต์ทวินได้อย่างดีเยี่ยมและเชื่อถือได้  สวิงอาร์มหล่อจากอะลูมิเนียมได้รับการออกแบบและมีขนาดเหมาะสมสำหรับรองรับสมรรถนะของเครื่องยนต์และยางขนาด 150 มม.

ระบบโครงสร้างตัวถัง: คุณภาพของประวัติของโมโต กุซซี่

สำหรับประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของโมโต กุซซี่นั้น บริษัทได้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์เช่นรุ่น V7 III และกลุ่มรถ 1400 รุ่นใหญ่ซึ่งเป็นจุดสำคัญของประวัติศาสตร์เพราะเป็นการแยก Segment ที่ชัดเจน  รถรุ่น V9 เป็นอีกรุ่นของโมโต กุซซี่ที่มีชื่อเสียงด้านประสิทธิภาพและการขับขี่ที่นุ่มสบาย  โครงสร้างตัวถัง Steel twin tube cradle frame กระจายน้ำหนักไปยังด้านหน้าและด้านหลังเครื่องยนต์ได้อย่างสูงสุด ทำให้ขับขี่ได้ง่ายและสามารถทรงตัวขณะขับขี่ได้ตามแบบฉบับของรถทุกรุ่นที่ผลิตจากโรงงานในมานเดลโล เดล ลาริโอ  ผู้ออกแบบให้ความสำคัญกับส่วนหน้าซึ่งมีแผ่นบุ (Gusset) ในล้อหน้า (Steering head) และสมรรถภาพด้านสโลปและเทรล (Slope and trail abilities) ทำให้ขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยมเพราะควบคุมได้ง่าย มั่นคง และแม่นยำ  นอกจากนี้ โครงสร้างทั้งหมดยังเกิดจากการเอาใจใส่ในรายละเอียดต่างๆ อย่างมากซึ่งรวมไปถึงงานเชื่อมและงานพ่นสีรถด้วย  ระบบรองรับใช้ Travel forks แบบยาว (130 มม.) ที่ใช้มาแต่เดิมและมีคู่ตัวหน่วงการสั่นสะเทือนสปริงรับแรงก่อนโหลดจริง (spring preload) ที่ปรับได้เชื่อมอยู่กับโครงรถ
ทำให้สามารถทำให้ควบคุมการตอบสนองอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ตลอดเวลา  มีการปรับระบบเบรกให้มีลักษณะเฉพาะตัวสำหรับรุ่น V9 นั่นคือ ด้านหน้าสุดใช้กระบอกสูบหลักและ Opposed 4-piston calliper ของ Brembo ที่ยึดดิสก์เบรกเหล็กขนาด 320 มม.  ส่วนด้านหลังมีแผ่นดิสก์เบรกขนาด 260 มม. และ Two-piston floating calliper ที่ควบคุมโดยกระบอกสูบหลักและอ่างเก็บแบบบิ้วด์อิน
 

MOTO GUZZI MEDIA PLATFORM เชื่อมต่อ V9 เข้ากับโลกทั้งใบ

ผู้ขับขี่สามารถเพิ่มอุปกรณ์เสริมแพลตฟอร์มสำหรับมัลติมีเดีย (MG-MP) เข้ากับรถ V9 Roamer และ V9 Bobber ได้  MG-MP เป็นระบบมัลติมีเดียแบบใหม่ที่ให้คุณสามารถเชื่อมต่อรถกับสมาร์ทโฟนของคุณและอินเตอร์เน็ตได้  ด้วยแอปพลิเคชั่นเฉพาะที่สามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store และ Google Play สมาร์ทโฟนของคุณ (iPhone หรือ Android) จึงกลายเป็นคอมพิวเตอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นและเชื่อมต่อรถจักรยานยนต์ของคุณเข้ากับอินเตอร์เน็ต
การเชื่อมต่อแบบไร้สายช่วยให้คุณสามารถเลือกดูชุดข้อมูลของรถได้บนหน้าจอสมาร์ทโฟน ดังนั้นคุณเข้าถึงข้อมูลการเดินทางได้อยู่เสมอ  หน้าจอแบบระบบสัมผัสช่วยให้คุณสามารถดูตัวเลือกได้ครั้งละห้าตัว โดยเลือกจากเมนูและยังรวมไปถึงมาตรวัดความเร็ว มาตรวัดรอบ ตัวเพิ่มกำลัง (instant power) ตัวเพิ่มทอร์ก (instant torque) การบริโภคน้ำมัน ณ เวลานั้นและโดยเฉลี่ย (instant and average fuel consumption) ความเร็วเฉลี่ยและแรงดันแบตเตอรี ตัวคำนวณอัตราเร่งตามแนวการเคลื่อนที่และการเดินทางที่ไกลขึ้น  ฟีเจอร์ “Eco Ride” (การขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน) ช่วยจำกัดการบริโภคน้ำมันและคงการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันไว้โดยทำการประเมินผลที่ได้รับระหว่างการขับขี่
คุณสามารถบันทึกและดูข้อมูลการเดินทางได้ทางคอมพิวเตอร์หรือบนสมาร์ทโฟนของคุณโดยตรง และยังสามารถวิเคราะห์เส้นทางที่ใช้และดูตัวแปรการทำงานของรถทีละจุดได้  คุณสามารถหารถเมื่อจอดในที่ที่ไม่คุ้นเคยได้เพราะระบบจะบันทึกตำแหน่งเมื่อดับเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติ  MG-MP ยังมีฟังก์ชั่น “Grip Warning” (การเตือนเรื่องการยึดเกาะถนน) ซึ่งจะคัดลอกสัญญาณการควบคุมแรงฉุดเพื่อให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นและยังให้ข้อมูลด้านสมรรถนะการขับขี่เมื่อพิจารณาถึงสภาพพื้นผิวถนนแบบเรียลไทม์ (real time) อีกด้วย  สัญญาณเตือนจะแสดงขึ้นเมื่อมีการใช้แรงฉุดมากเกินไป  ด้วยการทำงานร่วมกันของไจโรสโคปและข้อมูลจากรถจักรยานยนต์ โทรศัพท์สมาร์ทโฟนของคุณจึงกลายเป็นอุปกรณ์ทันสมัยสำหรับใช้วัดตำแหน่งเอียงของรถ (lean angle) เมื่อเข้าโค้งเพราะมีการพัฒนาระบบอัลกอริทึ่มสำหรับโมโต กุซซี่โดยเฉพาะ  คุณสามารถตั้งระดับจำกัดตำแหน่งเอียงของรถและความเร็วเครื่องยนต์ได้  เมื่อตัวเลขเกินที่คุณตั้งไว้ สัญญาณไฟเตือนจะสว่างขึ้นหรือแผงหน้าปัดแบบ virtual จะกระพริบ

 

 

อุปกรณ์เสริมของแท้

สำหรับรุ่น V9 Bobber นั้นมีอุปกรณ์เสริมเฉพาะรุ่นเพิ่มเติมด้วยเพื่อให้เหมาะสมกับสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร โดยอุปกรณ์เสริมเด่น ๆ นั้นรวมไปถึงเบาะสำหรับคนขับที่ทำให้รูปทรงด้านท้ายดูเปรียวขึ้น (สามารถติดตั้งส่วนของผู้ซ้อนท้ายได้ถ้าจำเป็น)  โมโต กุซซี่ได้ออกแบบระบบไอดีอากาศสไตล์สปอร์ตกว่าเดิมที่ได้รับการรับรองสำหรับรุ่น V9 Bobber สีดำล้วนพร้อมเสียงทุ้มลึก  บนอะลูมิเนียมแท่งยาวนั้นเต็มไปด้วยลวดลายต่างๆ เพื่อเพิ่มสเน่ห์เฉพาะตัว  นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมที่เหมาะกับการใช้งานรวมถึงการขับขี่ในเมืองเช่น แฟริ่งด้านบนและแร็คกระเป๋าที่เข้ากับดีไซน์ของ V9 Bobber ได้เป็นอย่างดี